อินฟราเรด (infrared) กับจิตรกรรมวัดอุโมงค์
การสำรวจและคัดลอกงานจิตรกรรมฝาผนังวัดอุโมงค์ของโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ ไม่ได้เพียงแค่เดินสำรวจจิตรกรรมที่ชำรุดอย่างผิวเผินด้วยสายตาธรรมดาเท่านั้น นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีทางด้าน computer graphic เข้าช่วยในการปฏิบัติงานแล้วทางโครงการยังได้ริ่เริ่มนำความรู้ทางด้านเทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอินฟราเรด (infrared) มาประยุกต์ใช้งานด้วย แม้ว่าความรู้ในการใช้งานอินฟราเรดในงานโบราณคดีจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่หัวใจก็คือยังเป็นเทคนิคที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างได้ผลอยู่
สภาพความเสียหายและชำรุดของจิตรกรรมวัดอุโมงค์มีลักษณะพิเศษคือ เมื่อ โครงสร้างก่ออิฐถือปูนของเพดานอุโมงค์ชำรุดตามกาลเวลาทำให้น้ำฝนได้ค่อยไหล ซึมผ่านรอยแตกอย่างช้า และค่อยพาเอาคราบของอิฐและชั้นแร่ธาตุที่มีลักษณะแข็งคล้ายหินปูนก็ได้ค่อยๆ ก่อตัวหนาขึ้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายร้อยปี ก็ได้เพิ่มชั้นความหนาเป็นคราบแข็งปกคลุมภาพจิตรกรรมจนหากดูเพียงผิวเผิน ย่อมไม่เห็นภาพจิตรกรรมที่ถูกบดบังด้วยคราบหินปูนนั้น
ภาพขยายจิตรกรรมในบริเวณศรสีแดงอันบน แสดง ภาพดอกโบตั๋น ในสภาพแสงปกติ (บนซ้าย) และในสภาพที่ถ่ายด้วยแสงอินฟราเรด จะแลเห็นลวดลายที่ชัดขึ้น (บนขวา) เป็นลวดลายที่มีที่มาหรือสามารถเทียบได้กับลายดอกโบตั๋นที่พบในเครื่องถ้วย จีนในสมัยราชวงศ์หยวน (ซ้ายล่าง และส่วนขยายในภาพขวาล่าง ภาพ : oreiantal ceramic)
วิสิฐ อรุณรัตนานนท์ เจ้าหน้าที่โครงการได้ใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอินฟราเรด ASA 100 โดยได้ใช้แสงไฟจากหลอดทังสเตน ถ่าย ภาพจิตรกรรมในบริเวณที่ถูกปิดทับไปด้วยคราบอิฐและหินปูน ภายในอุโมงค์ที่ 1 ผลปรากฏว่าภาพที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดที่ผ่านการล้างและอัดออกมาเป็นรูปนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับภาพจิตรกรรมจริงที่แลเห็นด้วยสายตาและด้วยภาพที่ถ่าย ด้วยฟิล์มและแสงไฟธรรมดา พบว่าภาพที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดนั้นสามารถมองเห็นร่องรอยของลายเส้นในส่วนที่ถูกคราบอิฐและหินปูนปิดทับอยู่ได้ โดยเห็นเป้นลายเส้นของลวดลายนกกระสา และลายดอกโบตั๋นอย่างชัดเจน ซึ่งตามปกติจะไม่สามารถแลเห็นได้เพราะถูกปิดทับด้วยชั้นหินปูน และ เป็นหลักฐานยืนยันที่สอดคล้องกันว่าลยที่พบด้วยเทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม อินฟราเรดนี้ก็สอดคล้องกับลวดลายในส่วนอื่นที่พบก่อนแล้วด้วย

ด้วยเทคนิคดังกล่าวนี้เองจึงทำให้เราสามารถเห็น และค้นพบจิตรกรรมฝาผนังวัดอุโมงค์ได้ง่ายขึ้น และทำให้เราทราบว่าแท้จริงแล้วจิตรกรรมฝาผนังวัดอุอุโมงค์ยังหลงเหลืออยู่มากกว่าที่ใครๆ คิด และเราก็สามารถเห็นจิตรกรรมเหล่านั้นได้โดยที่ไม่ต้องไปแตะต้องส่วนใดของฝาผนังภายอุโมงค์เลยแม้แต่น้อยภาพ ที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดนี้ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปศึกษาทางประวัติศาสตร์ ศิลปะได้อีกว่า ลวดลายเห่านั้นสามารเทียบเคียงได้กับลายดอกโบตั๋นที่พบในเครื่องถ้วยจีนสมัย ราชวงศ์หยวน-หมิง และลายนกกระสาในสมัยราชวงศ์หมิงตอนปลายดังเช่นลายนกกระสาในเครื่องถ้วยจีน สมัยราชวงศ์หมิงตอนปลายที่เพิ่งขุดพบที่เวียงกุมกามเมื่อ พ.ศ. 2546 นี้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อวันที่ 9-11 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมานี้ คุณทรงวิทย์ อินต๊ะวิน ช่างอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังฝีมีดีของกรมศิลปากรที่เคยร่วมงานกับผู้รับผิดชอบโครงการย้อนรอยในการอนุรักษ์จิตรกรรมวัดอุโมงค์ ได้มาทำการเปิดพื้นที่ของชั้นปูนที่ปกคลุมบริเวณลายนกกระสา อันเป็นบริเวณที่เคยถ่ายด้วยฟิล์มอินฟราเรดมาก่อน โดยลวดลายในส่วนที่ถูกเปิดเผยขึ้นได้ปรากฏภาพนกบริเวณหัวนกและปีกนก สอดคล้องกับหลักฐานที่ได้จากอินฟราเรด การ ใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยรังสีอินฟราเรดที่วัดอุโมงค์มีความสำคัญมาก เพราะในขณะที่ยังไม่สารถเปิดพื้นที่และเปิดชั้นปูนเหล่านั้นด้วยกระบวนการ ทางเคมีได้ทั้งหมดเนื่องจากต้องใช้เวลาและงบประมาณที่สูง การสำรวจว่าบริเวณใดที่ถูกชั้นหินปูนปกคลุมว่ามีจิตรกรรมอยู่บ้าง ด้วยวิธีนี้จึงย่อมเหมาะสมในขณะนี้ เพียง แต่ว่าน่าเสียดายที่เราคงไม่สามารถขยายและพัฒนาการใช้เทคนิคดังกล่าวใน จิตรกรรมวัดอุโมงค์ได้ต่อไปแม้ว่าเทคนิคการถ่ายภาพอินฟราเรดในปัจจุบันใน ระบบดิจิตอลจะพัฒนาไปมากและมีราคาที่ถูกลง แต่จะเป็นด้วยเพราะเหตุใดนั้น ทางโครงการจะได้อรรถาธิบายเร็วๆนี้
ทำไมอินฟราเรดทำให้เห็นจิตรกรรมได้ชัดเจนขึ้น
รังสี อินฟราเรด เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยอยู่ในระดับใต้ สีแดง เมื่อรังสีอินฟราเรดตกกระทบพื้นผิวของวัตถุจะเกิดการสะท้อนกลับ บางส่วนจะถูกดุดกลืนไว้ แต่บางส่วนก็จะทะลุผ่านไปได้ ตัวอย่างจิตรกรรมวัดอุโมงค์ในส่วนที่เขียนด้วยสีแดง (รวมถึงสีน้ำตาลแดง และสีโทนร้อนที่ใกล้เคียง) จะไม่ปรากฏในภาพ แต่สีที่อยู่ห่างจากสีแดงมาก คือ สีเขียว ดำ จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเพราะมีคลื่นความถี่ที่ต่างจากสีแดง จึงปรากฏให้เห็นได้ ตรงข้ามกับสีแดง หรือสีน้ำตาลจะไม่ปรากฏชัดเจน
ขอขอบคุณ
- สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ที่อนุญาตและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่โครงการย้อนรอยฯ ได้ถ่ายภาพเครื่องถ้วยจีนที่พบใหม่ที่เวียงกุมกาม
- เจ้าหน้าที่ทุกท่านในทีมถ่ายสารคดีรายการความรู้คือประทีป ที่ได้ร่วมงานด้วยกันเมื่อ 9-11 มีนาคม 2548 ในการถ่ายทำสารคดีกิจกรรมของโครงการย้อนรอยอดีตวัดอุโมงค์


