อินฟราเรดกับจิตรกรรมวัดอุโมงค์

January 30, 2010 Filed under: Uncategorized — admin 0

อินฟราเรด (infrared)  กับจิตรกรรมวัดอุโมงค์

การสำรวจและคัดลอกงานจิตรกรรมฝาผนังวัดอุโมงค์ของโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์  ไม่ได้เพียงแค่เดินสำรวจจิตรกรรมที่ชำรุดอย่างผิวเผินด้วยสายตาธรรมดาเท่านั้น   นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีทางด้าน computer   graphic เข้าช่วยในการปฏิบัติงานแล้วทางโครงการยังได้ริ่เริ่มนำความรู้ทางด้านเทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอินฟราเรด (infrared) มาประยุกต์ใช้งานด้วย แม้ว่าความรู้ในการใช้งานอินฟราเรดในงานโบราณคดีจะไม่ใช่เรื่องใหม่  แต่หัวใจก็คือยังเป็นเทคนิคที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างได้ผลอยู่

สภาพความเสียหายและชำรุดของจิตรกรรมวัดอุโมงค์มีลักษณะพิเศษคือ  เมื่อ โครงสร้างก่ออิฐถือปูนของเพดานอุโมงค์ชำรุดตามกาลเวลาทำให้น้ำฝนได้ค่อยไหล ซึมผ่านรอยแตกอย่างช้า และค่อยพาเอาคราบของอิฐและชั้นแร่ธาตุที่มีลักษณะแข็งคล้ายหินปูนก็ได้ค่อยๆ ก่อตัวหนาขึ้นๆ เมื่อเวลาผ่านไปนานหลายร้อยปี ก็ได้เพิ่มชั้นความหนาเป็นคราบแข็งปกคลุมภาพจิตรกรรมจนหากดูเพียงผิวเผิน ย่อมไม่เห็นภาพจิตรกรรมที่ถูกบดบังด้วยคราบหินปูนนั้น

ภาพขยายจิตรกรรมในบริเวณศรสีแดงอันบน  แสดง ภาพดอกโบตั๋น ในสภาพแสงปกติ (บนซ้าย) และในสภาพที่ถ่ายด้วยแสงอินฟราเรด จะแลเห็นลวดลายที่ชัดขึ้น (บนขวา) เป็นลวดลายที่มีที่มาหรือสามารถเทียบได้กับลายดอกโบตั๋นที่พบในเครื่องถ้วย จีนในสมัยราชวงศ์หยวน (ซ้ายล่าง และส่วนขยายในภาพขวาล่าง ภาพ : oreiantal  ceramic)

วิสิฐ   อรุณรัตนานนท์ เจ้าหน้าที่โครงการได้ใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์มอินฟราเรด ASA 100 โดยได้ใช้แสงไฟจากหลอดทังสเตน  ถ่าย ภาพจิตรกรรมในบริเวณที่ถูกปิดทับไปด้วยคราบอิฐและหินปูน ภายในอุโมงค์ที่ 1 ผลปรากฏว่าภาพที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดที่ผ่านการล้างและอัดออกมาเป็นรูปนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับภาพจิตรกรรมจริงที่แลเห็นด้วยสายตาและด้วยภาพที่ถ่าย ด้วยฟิล์มและแสงไฟธรรมดา   พบว่าภาพที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดนั้นสามารถมองเห็นร่องรอยของลายเส้นในส่วนที่ถูกคราบอิฐและหินปูนปิดทับอยู่ได้  โดยเห็นเป้นลายเส้นของลวดลายนกกระสา   และลายดอกโบตั๋นอย่างชัดเจน  ซึ่งตามปกติจะไม่สามารถแลเห็นได้เพราะถูกปิดทับด้วยชั้นหินปูน  และ เป็นหลักฐานยืนยันที่สอดคล้องกันว่าลยที่พบด้วยเทคนิคการถ่ายภาพด้วยฟิล์ม อินฟราเรดนี้ก็สอดคล้องกับลวดลายในส่วนอื่นที่พบก่อนแล้วด้วย

ด้วยเทคนิคดังกล่าวนี้เองจึงทำให้เราสามารถเห็น และค้นพบจิตรกรรมฝาผนังวัดอุโมงค์ได้ง่ายขึ้น  และทำให้เราทราบว่าแท้จริงแล้วจิตรกรรมฝาผนังวัดอุอุโมงค์ยังหลงเหลืออยู่มากกว่าที่ใครๆ คิด  และเราก็สามารถเห็นจิตรกรรมเหล่านั้นได้โดยที่ไม่ต้องไปแตะต้องส่วนใดของฝาผนังภายอุโมงค์เลยแม้แต่น้อยภาพ ที่ได้จากฟิล์มอินฟราเรดนี้ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปศึกษาทางประวัติศาสตร์ ศิลปะได้อีกว่า ลวดลายเห่านั้นสามารเทียบเคียงได้กับลายดอกโบตั๋นที่พบในเครื่องถ้วยจีนสมัย ราชวงศ์หยวน-หมิง และลายนกกระสาในสมัยราชวงศ์หมิงตอนปลายดังเช่นลายนกกระสาในเครื่องถ้วยจีน สมัยราชวงศ์หมิงตอนปลายที่เพิ่งขุดพบที่เวียงกุมกามเมื่อ พ.ศ. 2546 นี้ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น  เมื่อวันที่ 9-11 มีนาคม 2548 ที่ผ่านมานี้ คุณทรงวิทย์  อินต๊ะวิน  ช่างอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังฝีมีดีของกรมศิลปากรที่เคยร่วมงานกับผู้รับผิดชอบโครงการย้อนรอยในการอนุรักษ์จิตรกรรมวัดอุโมงค์  ได้มาทำการเปิดพื้นที่ของชั้นปูนที่ปกคลุมบริเวณลายนกกระสา อันเป็นบริเวณที่เคยถ่ายด้วยฟิล์มอินฟราเรดมาก่อน  โดยลวดลายในส่วนที่ถูกเปิดเผยขึ้นได้ปรากฏภาพนกบริเวณหัวนกและปีกนก  สอดคล้องกับหลักฐานที่ได้จากอินฟราเรด   การ ใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยรังสีอินฟราเรดที่วัดอุโมงค์มีความสำคัญมาก เพราะในขณะที่ยังไม่สารถเปิดพื้นที่และเปิดชั้นปูนเหล่านั้นด้วยกระบวนการ ทางเคมีได้ทั้งหมดเนื่องจากต้องใช้เวลาและงบประมาณที่สูง   การสำรวจว่าบริเวณใดที่ถูกชั้นหินปูนปกคลุมว่ามีจิตรกรรมอยู่บ้าง ด้วยวิธีนี้จึงย่อมเหมาะสมในขณะนี้  เพียง แต่ว่าน่าเสียดายที่เราคงไม่สามารถขยายและพัฒนาการใช้เทคนิคดังกล่าวใน จิตรกรรมวัดอุโมงค์ได้ต่อไปแม้ว่าเทคนิคการถ่ายภาพอินฟราเรดในปัจจุบันใน ระบบดิจิตอลจะพัฒนาไปมากและมีราคาที่ถูกลง  แต่จะเป็นด้วยเพราะเหตุใดนั้น ทางโครงการจะได้อรรถาธิบายเร็วๆนี้

ทำไมอินฟราเรดทำให้เห็นจิตรกรรมได้ชัดเจนขึ้น

รังสี อินฟราเรด เป็นรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยอยู่ในระดับใต้ สีแดง เมื่อรังสีอินฟราเรดตกกระทบพื้นผิวของวัตถุจะเกิดการสะท้อนกลับ  บางส่วนจะถูกดุดกลืนไว้ แต่บางส่วนก็จะทะลุผ่านไปได้  ตัวอย่างจิตรกรรมวัดอุโมงค์ในส่วนที่เขียนด้วยสีแดง (รวมถึงสีน้ำตาลแดง และสีโทนร้อนที่ใกล้เคียง) จะไม่ปรากฏในภาพ  แต่สีที่อยู่ห่างจากสีแดงมาก คือ สีเขียว ดำ จะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนเพราะมีคลื่นความถี่ที่ต่างจากสีแดง จึงปรากฏให้เห็นได้  ตรงข้ามกับสีแดง  หรือสีน้ำตาลจะไม่ปรากฏชัดเจน

ขอขอบคุณ

  • สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ที่อนุญาตและอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่โครงการย้อนรอยฯ ได้ถ่ายภาพเครื่องถ้วยจีนที่พบใหม่ที่เวียงกุมกาม
  • เจ้าหน้าที่ทุกท่านในทีมถ่ายสารคดีรายการความรู้คือประทีป ที่ได้ร่วมงานด้วยกันเมื่อ 9-11 มีนาคม 2548 ในการถ่ายทำสารคดีกิจกรรมของโครงการย้อนรอยอดีตวัดอุโมงค์


Leave a Reply



umong painting
สงวนสิทธิ์ข้อมูลภายในเว็บไซต์โดย โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์
ตู้ ปณ. 57 ปณ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ 50202
โทรศัพท์ 66 9682 6573, 66 1530 7211
e -mail: miracle@umongpainting.com website: http://www.umongpainting.com