<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Umong Painting &#187; รู้จักวัดอุโมงค์</title>
	<atom:link href="http://www.umongpainting.com/category/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.umongpainting.com</link>
	<description>โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 Jun 2010 15:34:34 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>คนโบราณเขาสร้างอุโมงค์กันอย่างไร</title>
		<link>http://www.umongpainting.com/crosssectio-2</link>
		<comments>http://www.umongpainting.com/crosssectio-2#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Jun 2010 15:14:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>miracle</dc:creator>
				<category><![CDATA[รู้จักวัดอุโมงค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.umongpainting.com/?p=404</guid>
		<description><![CDATA[
&#8220;&#8230;ภาพจำลองจากคอมพิวเตอร์ผ่าแสดงพื้นที่ภายในของอุโมงค์&#8230;&#8221;
 จิตรกรรมฝาผนังนี้ ตัวอุโมงค์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือในบริเวณต่อเนื่องกับเจดีย์ในแนวแกนเดียวกัน อุโมงค์ตามสภาพที่ปรากฏแก่สายตาเราในปัจจุบันนั้น เป็นอุโมงค์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคก่ออิฐถือปูน, ฉาบปูนปิดทับโครงสร้างอิฐอีกชั้นหนึ่ง แต่ปัจจุบันชั้นปูนฉาบนี้ได้หลุดกะเทาะเกือบหมดสิ้นแล้ว จะเหลือก็เพียงส่วนของเพดานโค้งภายในอุโมงค์ที่ปรากฏจิตรกรรมฝาผนังเท่านั้น ส่วนบริเวณด้านนอกเกือบทั้งหมดนั้นไม่ปรากฏชั้นของปูนฉาบแล้ว เหลือเพียงอิฐก่อผนัง และอิฐก่อโครงสร้างอุโมงค์เท่านั้น

          เมื่อพิจารณาอุโมงค์ตามสภาพปัจจุบัน จึงเกิดปริศนาขึ้นว่า ที่ว่างระหว่างอุโมงค์ในแต่ละช่องนั้น มีอะไรอยู่ภายในที่ว่างแต่ละช่องของอุโมงค์หรือไม่ มีห้องลับหรือช่องทางใดๆซ่อนอยู่อีกหรือไม่ และยังมีอุโมงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่ปรากฏปัจจุบันอีกหรือไม่ คำถามเหล่านี้นับว่าเป็นปริศนาที่ไม่มีใครทราบคำตอบแน่ชัดมาก่อน 

         ความลับดังกล่าวได้คลี่คลายลงเมื่อ พ.ศ.2546 นี้เอง ในระหว่างราวปลายเดือนเมษายน-กันยายน ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อุโมงค์ครั้งใหญ่ที่ดำเนินงานโดยการรับเหมาผ่านเอกชน ภายใต้กำกับของกรมศิลปากร การบูรณะครั้งนี้เป็นการซ่อมแซมโครงสร้างของอุโมงค์ให้แข็งแรงขึ้น ได้มีการขุดเปิดหน้าดินที่อยู่เหนืออุโมงค์ทั้งหมดจนลึกถึงระดับเดียวกับพื้นอุโมงค์ การเปิดพื้นที่ทั้งหมดนี้เองทำให้ความลับดังกล่าวได้เปิดเผยขึ้น
          โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด จึงทำให้ทราบคำตอบของคำถามนั้นอย่างชัดเจน ทั้งยังทราบด้วยว่าคนโบราณเขาสร้างอุโมงค์กันอย่างไร 
          โครงสร้างอุโมงค์แต่ละอุโมงค์ก่อด้วยอิฐถือปูน แยกกันไปแต่ละอุโมงค์ โดยเริ่มก่ออิฐเรียงสลับกันจากผนังอุโมงค์ขึ้นมาทั้งสองด้านจนได้ความสูงระดับที่เป็นเพดานโค้งก็จะก่ออิฐให้โค้งเข้าหากัน โดยใช้ด้านสันของอิฐที่มีทรงสี่เหลี่ยมคางหมูหันด้านสันเข้าหากัน ก่อเป็นรูปซุ้มโค้งแบบครึ่งวงกลม (arch) โดยจะก่ออิฐผนังหนามากเพื่อรับโครงสร้างของอุโมงค์ และเหนือสุดก็จะก่ออิฐเหลื่อมเรียงสลับกันปิดอยู่ด้านบนอีกชั้นหนึ่ง และพบว่าพื้นที่ระหว่างอุโมงค์แต่ละช่องนั้นล้วนเป็นดินลูกรังสีน้ำตาลอมส้มจนถึงระดับพื้นดินทั้งสิ้น และเมื่อพิจารณาเนื้อดินลูกรังระหว่างอุโมงค์โดยละเอียดก็ไม่ปรากฏเศษอิฐ ปูน หรือเศษเครื่องเคลือบดินเผาแต่อย่างใด และชั้นดินลูกรังดังกล่าวยังปิดมิดคลุมเพดานอุโมงค์ทุกอุโมงค์ด้วย โดยชั้นบนสุดจะมีอิฐปูทับอีกหลายชั้น 
          กล่าวให้เห็นภาพได้ง่ายก็คือ โครงสร้างอุโมงค์ภายในชั้นอิฐก่ออุโมงค์ที่เราเห็นภายนอกนั้น ลึกเข้าไปชั้นใน ล้วนเป็นดินลูกรังที่ถูกก่อปิดด้วยอิฐภายนอกทั้งสิ้น และไม่มีช่องทางหรือห้องลับใดๆซ่อนอยู่ในระหว่างอุโมงค์แต่อย่างได
          ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏทำให้ทราบถึงวิธีการก่อสร้างอุโมงค์ของช่างล้านนาโบราณที่วัดอุโมงค์ได้ว่าในลำดับแรกคงได้มีการก่ออิฐเป็นสัณฐานของอุโมงค์ตามที่กล่าวมา และเมื่อการก่ออุโมงค์แล้วเสร็จ ก็ได้มีการนำดินมาถมที่ว่างระหว่างอุโมงค์แต่ละช่อง และเพดานด้านบนจนเต็ม และปูทับชั้นดินลูกรังนั้นด้วยการก่ออิฐถือปูนในด้านบนและผิวด้านนอกระหว่างอุโมงค์หุ้มอีกชั้นหนึ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div id="attachment_405" class="wp-caption alignleft" style="width: 160px"><a href="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_521.jpg" class="lightview" rel="gallery[404]" title="ภาพวาดแผนผังของวัดอุโมงค์"><img class="size-thumbnail wp-image-405 " title="ภาพวาดแผนผังของวัดอุโมงค์" src="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_521-150x118.jpg" alt="" width="150" height="118" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพวาดแผนผังของวัดอุโมงค์</p></div>
<p><span style="font-size: large;"><span style="color: #993300;">&#8220;&#8230;ภาพจำลองจากคอมพิวเตอร์ผ่าแสดงพื้นที่ภายในของอุโมงค์&#8230;&#8221;</span></span></p>
<p><span style="font-size: medium;"> จิตรกรรมฝาผนังนี้ ตัวอุโมงค์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือในบริเวณต่อเนื่องกับเจดีย์ในแนวแกนเดียวกัน อุโมงค์ตามสภาพที่ปรากฏแก่สายตาเราในปัจจุบันนั้น เป็นอุโมงค์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคนิคก่ออิฐถือปูน, ฉาบปูนปิดทับโครงสร้างอิฐอีกชั้นหนึ่ง แต่ปัจจุบันชั้นปูนฉาบนี้ได้หลุดกะเทาะเกือบหมดสิ้นแล้ว จะเหลือก็เพียงส่วนของเพดานโค้งภายในอุโมงค์ที่ปรากฏจิตรกรรมฝาผนังเท่านั้น ส่วนบริเวณด้านนอกเกือบทั้งหมดนั้นไม่ปรากฏชั้นของปูนฉาบแล้ว เหลือเพียงอิฐก่อผนัง และอิฐก่อโครงสร้างอุโมงค์เท่านั้น</span></p>
<p><span id="more-404"></span><br />
  <span style="font-size: medium;">        เมื่อพิจารณาอุโมงค์ตามสภาพปัจจุบัน จึงเกิดปริศนาขึ้นว่า ที่ว่างระหว่างอุโมงค์ในแต่ละช่องนั้น มีอะไรอยู่ภายในที่ว่างแต่ละช่องของอุโมงค์หรือไม่ มีห้องลับหรือช่องทางใดๆซ่อนอยู่อีกหรือไม่ และยังมีอุโมงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่ปรากฏปัจจุบันอีกหรือไม่ คำถามเหล่านี้นับว่าเป็นปริศนาที่ไม่มีใครทราบคำตอบแน่ชัดมาก่อน </span></p>
<div id="attachment_400" class="wp-caption alignleft" style="width: 191px"><a href="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_511.jpg" class="lightview" rel="gallery[404]" title="าพจำลองจากคอมพิวเตอร์ผ่าแสดงพื้นที่ภายในของอุโมงค์ให้เห็นโครงสร้างภายใน ที่มีโครงสร้าง ก่ออิฐถือปูน และดินลูกรัง "><img class="size-medium wp-image-400 " title="าพจำลองจากคอมพิวเตอร์ผ่าแสดงพื้นที่ภายในของอุโมงค์ให้เห็นโครงสร้างภายใน ที่มีโครงสร้าง ก่ออิฐถือปูน และดินลูกรัง " src="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_511-181x300.jpg" alt="" width="181" height="300" /></a><p class="wp-caption-text">าพจำลองจากคอมพิวเตอร์ผ่าแสดงพื้นที่ภายในของอุโมงค์ให้เห็นโครงสร้างภายใน ที่มีโครงสร้าง ก่ออิฐถือปูน และดินลูกรัง (ข้อมูล : ฝ่ายวิชาการฯ / computer graphic : ฝ่ายศิลปกรรมโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์)</p></div>
<p>         <span style="font-size: medium;">ความลับดังกล่าวได้คลี่คลายลงเมื่อ พ.ศ.2546 นี้เอง ในระหว่างราวปลายเดือนเมษายน-กันยายน ได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์อุโมงค์ครั้งใหญ่ที่ดำเนินงานโดยการรับเหมาผ่านเอกชน ภายใต้กำกับของกรมศิลปากร การบูรณะครั้งนี้เป็นการซ่อมแซมโครงสร้างของอุโมงค์ให้แข็งแรงขึ้น ได้มีการขุดเปิดหน้าดินที่อยู่เหนืออุโมงค์ทั้งหมดจนลึกถึงระดับเดียวกับพื้นอุโมงค์ การเปิดพื้นที่ทั้งหมดนี้เองทำให้ความลับดังกล่าวได้เปิดเผยขึ้น<br />
          โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด จึงทำให้ทราบคำตอบของคำถามนั้นอย่างชัดเจน ทั้งยังทราบด้วยว่าคนโบราณเขาสร้างอุโมงค์กันอย่างไร <br />
          โครงสร้างอุโมงค์แต่ละอุโมงค์ก่อด้วยอิฐถือปูน แยกกันไปแต่ละอุโมงค์ โดยเริ่มก่ออิฐเรียงสลับกันจากผนังอุโมงค์ขึ้นมาทั้งสองด้านจนได้ความสูงระดับที่เป็นเพดานโค้งก็จะก่ออิฐให้โค้งเข้าหากัน โดยใช้ด้านสันของอิฐที่มีทรงสี่เหลี่ยมคางหมูหันด้านสันเข้าหากัน ก่อเป็นรูปซุ้มโค้งแบบครึ่งวงกลม (arch) โดยจะก่ออิฐผนังหนามากเพื่อรับโครงสร้างของอุโมงค์ และเหนือสุดก็จะก่ออิฐเหลื่อมเรียงสลับกันปิดอยู่ด้านบนอีกชั้นหนึ่ง และพบว่าพื้นที่ระหว่างอุโมงค์แต่ละช่องนั้นล้วนเป็นดินลูกรังสีน้ำตาลอมส้มจนถึงระดับพื้นดินทั้งสิ้น และเมื่อพิจารณาเนื้อดินลูกรังระหว่างอุโมงค์โดยละเอียดก็ไม่ปรากฏเศษอิฐ ปูน หรือเศษเครื่องเคลือบดินเผาแต่อย่างใด และชั้นดินลูกรังดังกล่าวยังปิดมิดคลุมเพดานอุโมงค์ทุกอุโมงค์ด้วย โดยชั้นบนสุดจะมีอิฐปูทับอีกหลายชั้น <br />
          กล่าวให้เห็นภาพได้ง่ายก็คือ โครงสร้างอุโมงค์ภายในชั้นอิฐก่ออุโมงค์ที่เราเห็นภายนอกนั้น ลึกเข้าไปชั้นใน ล้วนเป็นดินลูกรังที่ถูกก่อปิดด้วยอิฐภายนอกทั้งสิ้น และไม่มีช่องทางหรือห้องลับใดๆซ่อนอยู่ในระหว่างอุโมงค์แต่อย่างได</span></p>
<p><span style="font-size: medium;">          ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏทำให้ทราบถึงวิธีการก่อสร้างอุโมงค์ของช่างล้านนาโบราณที่วัดอุโมงค์ได้ว่าในลำดับแรกคงได้มีการก่ออิฐเป็นสัณฐานของอุโมงค์ตามที่กล่าวมา และเมื่อการก่ออุโมงค์แล้วเสร็จ ก็ได้มีการนำดินมาถมที่ว่างระหว่างอุโมงค์แต่ละช่อง และเพดานด้านบนจนเต็ม และปูทับชั้นดินลูกรังนั้นด้วยการก่ออิฐถือปูนในด้านบนและผิวด้านนอกระหว่างอุโมงค์หุ้มอีกชั้นหนึ่ง หรืออาจจะเป็นการขุดเนินดินธรรมชาติให้เป็นร่องหรือแนวของอุโมงค์และก่ออิฐเป็นอุโมงค์ตามสัณฐานที่ปรากฏและปิดทับผิวเนินดินด้วยการปูอิฐในด้านบนสุด แต่ไม่ว่าจะก่อสร้างด้วยวิธีใดก็ตามจากหลักฐานที่ปรากฏ ก็บ่งชี้ได้ว่าเป็นอุโมงค์ที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากการก่อสร้างของมนุษย์ขึ้นมาอย่างจงใจ</span></p>
<div class="mceTemp mceIEcenter">
<p style="text-align: center;">
<div id="attachment_401" class="wp-caption aligncenter" style="width: 186px"><a href="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_631.jpg" class="lightview" rel="gallery[404]" title="แผนผังอุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยพุกาม มีลักษณะคล้ายคลึงกับอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์ "><img class="size-full wp-image-401 " title="แผนผังอุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยพุกาม มีลักษณะคล้ายคลึงกับอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์ " src="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_631.jpg" alt="" width="176" height="180" /></a><p class="wp-caption-text">แผนผังอุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยพุกาม มีลักษณะคล้ายคลึงกับอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์ (ภาพ : Inventory of monuments at Pagan Vol. 2 p.225, pl 534 a) ในภาพเป็นแผนผังอุโมงค์ของภาพล่าง ภาพอุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยเมืองพุกาม มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์เชียงใหม่ (ภาพ : Inventory of monuments at Pagan Vol. 2 p.225, pl 534 d)</p></div>
</p>
<p>  <span style="font-size: medium;">ในด้านเทคนิคการก่อสร้างนั้นก็ทำให้เกิดคำถามใหม่ๆ ที่ก้าวหน้าอันเป็นประเด็นที่สืบค้นต่อไปได้อีกว่า ในเมื่อหลักฐานทางรูปแบบศิลปกรรม มีความชัดเจนว่าอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์นี้เป็นอิทธิพลทางรูปแบบศิลปะที่ช่างล้านนาได้รับมาจากอุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยพุกาม ดังนั้น <br />
         1.   อุโมงค์ในศิลปะพม่าสมัยพุกามมีเทคนิคการก่อสร้างที่คล้ายคลึงกับอุโมงค์ที่วัดอุโมงค์หรือไม่ เพียงใด <br />
         2.   เทคนิคดังกล่าวที่วัดอุโมงค์นี้ โดยเฉพาะในประเด็นการใช้โครงสร้างก่ออิฐถือปูนร่วมกับการใช้ดินเป็นโครงสร้างของการก่อสร้างในลักษณะคล้ายคลึงกันเช่นนี้ได้ปรากฏหลักฐานในที่แห่งอื่นประเทศไทยอีกหรือไม่ <br />
     เชื่อว่าน่าจะมีหลักฐานให้สืบค้นและตรวจสอบร่วมกันได้ในโอกาสต่อไป</span></p>
<p>______________________________________________________________________________</p>
<p>เรีบยเรียง: ฝ่ายวิชาการโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><a href="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/06/admin_521.jpg" class="lightview" rel="gallery[404]"></a></p>
</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.umongpainting.com/crosssectio-2/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ต้นไผ่</title>
		<link>http://www.umongpainting.com/bamboo</link>
		<comments>http://www.umongpainting.com/bamboo#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 May 2010 17:01:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>miracle</dc:creator>
				<category><![CDATA[รู้จักวัดอุโมงค์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.umongpainting.com/?p=183</guid>
		<description><![CDATA[ 
&#8220;&#8230;ต้นไผ่อันร่มรื่นในวัดอุโมงค์&#8230;&#8221;
บริเวณวัดอุโมงค์ปรากฏต้นไผ่จำนวนมากมายให้ความสวยงาม และร่มรื่นภายในบริเวณวัด ต้นไผ่ที่ปรากฏในวัดอุโมงค์ มีความหมายพิเศษกว่าไผ่ทั่วไป
 



 
ในหนังสือปัญหาเถรจันทร์ กล่าวว่านามเดิมของวัดอุโมงค์ มีนามว่า วัดเวฬุกัฏฐาราม โดยคำว่า เวฬุ นั้นเป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า ไผ่ ด้วยเหตุว่าในบริเวณที่ตั้งของวัดแต่ดั่งเดิม เป็นป่าที่มีต้นไผ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีการนำมาตั้งเป็นนามของวัดดังกล่าวมา

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: left;"><span style="color: #993300;"><strong><span style="font-size: large;">&#8220;&#8230;ต้นไผ่อันร่มรื่นในวัดอุโมงค์&#8230;&#8221;</span></strong></span><br class="spacer_" /></p>
<p style="text-align: left;">บริเวณวัดอุโมงค์ปรากฏต้นไผ่จำนวนมากมายให้ความสวยงาม และร่มรื่นภายในบริเวณวัด ต้นไผ่ที่ปรากฏในวัดอุโมงค์ มีความหมายพิเศษกว่าไผ่ทั่วไป<span id="more-183"></span></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<div id="attachment_184" class="wp-caption alignright" style="width: 122px"><a href="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/05/admin_18.gif" class="lightview" rel="gallery[183]" title="ต้นใผ่ในบริเวณวัดอุโมงค์"><img class="size-thumbnail wp-image-184 " title="ต้นใผ่ในบริเวณวัดอุโมงค์" src="http://www.umongpainting.com/wp-content/uploads/2010/05/admin_18-112x150.gif" alt="" width="112" height="150" /></a><p class="wp-caption-text">ต้นใผ่ในบริเวณวัดอุโมงค์</p></div>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p><br class="spacer_" /></p>
<p style="text-align: center;"> </p>
<p style="text-align: left;">ในหนังสือปัญหาเถรจันทร์ กล่าวว่านามเดิมของวัดอุโมงค์ มีนามว่า วัดเวฬุกัฏฐาราม โดยคำว่า เวฬุ นั้นเป็นภาษาบาลี มีความหมายว่า ไผ่ ด้วยเหตุว่าในบริเวณที่ตั้งของวัดแต่ดั่งเดิม เป็นป่าที่มีต้นไผ่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก จนกระทั่งมีการนำมาตั้งเป็นนามของวัดดังกล่าวมา</p>
<p><br class="spacer_" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.umongpainting.com/bamboo/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

