“…วัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ เป็นสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งที่ อ.เฟื้อ ได้ให้ความสำคัญ…”
ก่อนการเกิดขึ้นของโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ในปัจจุบันนั้น จิตรกรรมฝาผนังและศิลปกรรมภายในวัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ ได้ผ่านการสำรวจได้เคยผ่านการค้นคว้าและสำรวจจากนักวิชาการและศิลปินในช่วงเวลากว่า40 ปี ที่ผ่านมาบ้างแล้วหลายครั้งหลายครา
อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินเอก และผู้ที่บุกเบิกงานอนุรักษ์และคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังคนแรกๆ ของประเทศไทย เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นที่ได้เดินทางมาสำรวจศิลปกรรม และงานช่างในภาคเหนือตอนบนเมื่อราว 40 ปีที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งศิลปกรรมอันมีคุณค่าที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ
จากหลักฐานบันทึกที่สามารถตรวจสอบได้พบว่า อ.เฟื้อ ได้ออกสำรวจศิลปกรรมต่างๆทั่วทั้งภาคเหนือตอนบนอย่างกว้างขวางนับร้อยแห่ง พร้อมบันทึกและ สเก็ตซ์ภาพ ที่มีคุณค่าทางวิชาการและศิลปะเป็นจำนวนมาก
ผลงานการสำรวจเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ในปัจจุบัน เพราะผลพวงจากการพัฒนาประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมากว่า 40 ปี จวบจนปัจจุบันได้ทำให้ร่องรอยทางศิลปะอันมีคุณค่าที่เคยปรากฏเป็นจำนวนมากนั้นหลายแห่งปัจจุบันเหลือแต่เพียงบันทึก และภาพลายเส้นที่ อ.เฟื้อ ได้สำรวจไว้เท่านั้น
การสำรวจครั้งสำคัญที่ อ.เฟื้อ ได้มายังวัดอุโมงค์ เชิงดอยสุเทพนั้นคือการสำรวจ ระหว่างวันที่ 7 ม.ค. - 11 มีนาคม 2509 ได้ปรากฏชื่อวัดอุโมงค์เถรจันทร์เป็นวัดแห่งหนึ่งในจำนวน 7 วัด ที่ อ.เฟื้อได้สำรวจในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ในครั้งนั้นด้วย แต่อย่างไรก็ตามหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่บันทึกการสำรวจศิลปกรรมของ อ.เฟื้อ ที่ตีพิมพ์เผยแพร่และสามารถตรวจสอบได้ในขณะนี้ (ตามรายการในเอกสารอ้างอิง) ก็ไม่ปรากฏการอธิบายขยายความ และแสดงรายละเอียดอื่นใดเพิ่มเติมเลย รวมทั้งไม่ปรากฏภาพสเก็ตซ์การสำรวจวัดอุโมงค์ในครั้งนั้นแก่สาธารณะด้วย จนดูประหนึ่งว่าในการสำรวจศิลปกรรมดังกล่าวของ อ.เฟื้อนั้นไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัดอุโมงค์เป็นพิเศษเลย
อย่างไรก็ตามจากการค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมของเจ้าหน้าที่โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์พบว่า วัดอุโมงค์เชิงดอยสุเทพ เป็นสถานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งที่ อ.เฟื้อได้ให้ความสำคัญในฐานะที่ อ.เฟื้อ มีความสนใจต่องานจิตรกรรมฝาผนังเป็นพิเศษ และวัดอุโมงค์แห่งนี้ก็เป็นแหล่งจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ที่สุดของศิลปะล้านนาที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในปัจจุบันด้วย อ.เฟื้อจึงได้ให้ความสนใจต่อวัดอุโมงค์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจิตรกรรมฝาผนังในห้องกรุเจดีย์ประธานวัดอุโมงค์ ที่เขียนภาพอดีตพระพุทธเจ้า อันมีอายุราว พุทธศตวรรษที่ 19 ซึ่งสภาพเมื่อ ราว 40 ปีที่แล้วนั้นยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์
พระครูสุคันธศีล เจ้าอาวาสวัดอุโมงค์ในปัจจุบัน ได้อยู่ในเหตุการณ์เมื่อครั้ง อ.เฟื้อ สำรวจวัดอุโมงค์ เมื่อกว่า 40 ปีที่ผ่านมา ได้ยืนยันกับโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ว่า
“…อ.เฟื้อ ได้เข้ามาสำรวจที่วัดอุโมงค์ และได้เข้าไปในห้องกรุภายในเจดีย์อยู่ในนั้นตั้งครึ่งค่อนวัน ไปคัดลอกงานจิตรกรรมฝาผนังข้างในห้องกรุ และยังได้ติดต่อขอยืมอุปกรณ์ต่างๆจากทางวัดด้วย…”
กาลเวลาที่ผ่านมากว่า 40 ปี ทำให้ปัจจุบันจิตรกรรมภายในห้องกรุเจดีย์ วัดอุโมงค์ดังกล่าวลบเลือนจนหมดสิ้น ส่วนงานคัดลอกจิตรกรรมวัดอุโมงค์ที่ได้กล่าวถึงก็สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยในปัจจุบัน และเป็นผลงานของ อ.เฟื้อ ที่ยังไม่เคยปรากฏต่อสาธารณะเลย รวมทั้งบันทึกการสำรวจของ อ.เฟื้อในส่วนของวัดอุโมงค์ก็สูญหาย สิ่งเหล่านี้คือปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบในปัจจุบัน
หากผู้ใดที่มีข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวสามารถติดต่อได้โดยตรงที่โครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ เพื่อเติมความสมบูรณ์ให้แก่องค์ความรู้ของงานจิตรกรรมฝาผนังล้านนาที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ขึ้น
______________________________________________________
อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ (พ.ศ. 2453-2536) คือ ศิษย์รุ่นแรกของ ศาสตราจารย์ศิลป พีระศรี (พ.ศ. 2335-2505) ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร อ.เฟื้อ เป็นศิลปินผู้มีความสามารถด้านจิตรกรรมสมัยใหม่ ทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกงานด้านการอนุรักษ์และคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังคนแรก ๆ ของประเทศไทย ภายหลังกลับจากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยวิศวภารติศานตินิเกตันจากอินเดีย ซึ่ง อ.เฟื้อได้ไปศึกษาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
อ.เฟื้อ ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมศักดิ์ สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2523 รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการชุมชน เมื่อ พ.ศ. 2526 และศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2528
ความเกี่ยวข้องของโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์กับ อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ คือ ผู้รับผิดชอบโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์นั้นเป็นผู้ที่ได้เคยศึกษาจิตรกรรมไทยกับ อ.เฟื้อ ที่วิทยาลัยช่างศิลป โดยเป็นศิษย์รุ่นสุดท้ายที่อายุน้อยที่สุดของ อ.เฟื้อ
จากการที่เคยได้ติดตาม อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ไปชมจิตรกรรมฝาผนัง อาจารย์มักจะสอนศิษย์ให้ดูผลงานเหล่านั้นอย่างเห็นคุณค่าว่า แม้จะลบเลือนไปมากแล้วแต่หากพินิจพิจารณาอย่างมีปัญญาแล้วผลงานเหล่านั้นก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือช่างอันงดงาม
ความประทับใจที่ศิษย์ได้รับจากอาจารย์เช่นนี้เป็นแรงบันดาลใจอันสำคัญที่ทำให้เกิดโครงการย้อนรอยอดีตจิตรกรรมวัดอุโมงค์ขึ้นมาในปัจจุบัน
___________________________________________________________
เอกสารอ้างอิง
เฟื้อ หริพิทักษ์ และอนันต์ วิริยะพินิจ. การศึกษาภาพจิตรกรรมฝาผนังของไทย, กรุงเทพฯ : สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2531.
พิภพ บุษราคัมวดี, เฟื้อ หริพิทักษ์: ชีวิตและงาน. กรุงเทพฯ : คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 2527.
___________________________________________________________
เตรียมพบกับเรื่องราวพิเศษในวาระครบรอบหนึ่งร้อยปี อ.เฟื้อ หริพิทักษ์ เพิ่มเติมได้เร็วๆ นี้

